นิราศร้อยเอ็ด

โอ้ชีวาอาลัยใจสลาย

จิตคำนึงถึงเจ้าทุกเพรางาย                              จากเพียงกายแต่ใจใฝ่รำพัน

ไกลแสนไกลสุดขอบฟ้าธาตรีภพ                   เพียงประสบพบแต่แค่ความฝัน

จากกันไกลคราใดได้พบกัน                            ชั่วชีวันมั่นคงดำรงใจ

ขอถามไถ่ในพิภพจบโลกหล้า                         อันคำว่ารักเป็นเช่นไฉน

จึงให้กันด้วยชีวันจนบรรลัย                            เคียงคู่ไปในทิศาทั่วธาตรี

หนึ่งชีวิตจิตรักแท้แค่หนึ่งครั้ง                        ใจฉันยังมั่นต่อใจในวิถี

แม้ไร้เหลี่ยมยุคนธร์ชลธี                                  ดวงฤดีมีเพียงท่านจนวันตาย

เพียงพินิจคิดว่าไกลเกินเอื้อม                          เพียงจะเชื่อมไมตรีมิสูญหาย

เพียงจะเอ่ยเผยวจีมียางอาย                               เพียงเสียดายมิแพร่งพรายขยายความ

สุดแต่ห้วงดวงหทัยจะไขว้คว้า                        สุดวาจาจะเฉลยเอ่ยปากถาม

สุดวาทีที่จะเอื้อนออกนาม                               สุดสิ้นยามใจตามติดสนิทตน

ข้าเป็นดาวเจ้าเป็นเดือนเฝ้าเคลื่อนคล้อย          ละลิ่วลอยร่อนเร่ในเวหน

คอยเคียงอยู่คู่ฟ้านภาดล                                   ทั่วสกลยลประจักษ์ว่าปักใจ

มีข้าเจ้าเฝ้าปองครองใจรัก                               สุดจักหักห้ามสมอารมณ์ไหว

ตราบวันสิ้นดินฟ้านภาลัย                               สลายไปใจยังอยู่คู่วิญญา

โอ้ยามบ่ายสายลมพรมพลัดพลิ้ว                     แลเห็นทิวไผ่งามตามพฤกษา

เหม่อมองน้ำน้ำกระเซ็นเห็นหมู่ปลา                เหม่อมองฟ้าฟ้าสีทองผ่องอำไพ

สายลมเอ๋ยพัดรำเพยเชยให้เศร้า                        พาหงอยเหงาเปล่าเอกาน่าหวั่นไหว

คำนึงคิดเจ้ามิ่งมิตรอยู่ทิศใด                            แม้นใกล้ไกลใคร่เสาะหามาพบเจอ

ตะวันคล้อยลอยบ่ายลายดอกซ้อน                   ดวงสมรจรรำพึงถึงเสมอ

รักยามใดอ่อนไหวใจข้าเพ้อ                             ฝันละเมอขอเธอจงคงคืนมา

จักจั่นลั่นร้องก้องไพรพฤกษ์                           ณ ยามดึกรำลึกนึกห่วงหา

ถึงเจ้ายอดชีวันขวัญชีวา                                  นัยนาข้าอยู่หนตำบลใด          

คืนเปลี่ยวเปล่าดาวดวงน้อยลอยริบหรี่             ยามราตรีก่อนมีดาวสกาวใส

เหมือนจิตเราเศร้าระกำช้ำทรวงใน                  ล่องลอยไปในเวหาเอกากาย

เฝ้าคิดถึงรำพึงไปก็ไร้ค่า                                  วันเวลากำหนดไปไร้ความหมาย

แสนเจ็บปวดรวดร้าวรานผลาญมลาย             คอยวันสายฝนซาฟ้าสางเยือน

หากมิได้ครองคู่อยู่เคียงรัก                               ถูกหาญหักดวงใจใครจะเหมือน

อันรอยรักปักใจไม่ลบเลือน                             ไม่แชเชือนเคลื่อนคล้อยเหมือนรอยใด

โอ้ขวัญเจ้าเยาวพานปานสายน้ำ                      ดูลึกล้ำยิ่งกว่าธาราไหล

วิมลมิ่งยิ่งหยกเจียระไน                                   งามกว่าไผ่สะพรั่งกลางพ่างพื้นดิน

อธิษฐานให้พานพบประสบหน้า                     แม้นอยู่ฟ้าเป็นร่วมผกผิน

แม้นเป็นปลาให้ข้าเป็นวาริน                           หรือไม้ร่วมผืนดินถิ่นเดียวกัน

ขอองค์พระปฏิมาเมตตาโปรด                         เรืองรุ่งโรจน์โชติแสงแห่งความฝัน

ดับปัญหาที่ถาโถมรุมโรมรัน                           อภิวันท์ฉันขอก้มประนมกร

โอ้รำพึงริมบึงพลาญชัย                                   หนาวกายใจฤทัยสะท้อนถอน

ฝากคำรักถึงปักษินคิรินทร                              ฝากบทกลอนวอนไปในสายลม

ความห่วงหาพัดพาไปในสายน้ำ                      ความชอกช้ำนำพาใจให้ขื่นขม

พระพายเอ๋ยโปรดรำเพยความระทม                ให้อารมณ์เยือกเย็นเช่นวาริน

แมลงปอล่อบินตามติณชาติ                            ที่เกลื่อนกลาดดาษดาชลาสินธุ์

โอ้ลมหวนอวลผกาสุมาลิน                             พัดพากลิ่นระรินใจในแดดวง             

ยามสิ้นแสงทยุมณีระพีส่อง                             ดาวดวงน้อยลอยล่องท่องสู่สรวง

นกขมิ้นบินลาบุปผาพวง                                 ใจข้าห่วงเจ้าลับล่วงอยู่ห้วงใด

ค่ำคืนนี้มีดาวสกาวฟ้า                                     จำรัสหล้านภาแจ้งแสงสุกใส

ขอฝากรักฝากห่วงฝากดวงใจ                          ส่งมอบให้ใครคนหนึ่งซึ่งอาทร

รักข้างเดียวเปล่าเปลี่ยวเสียวจับจิต                 สุดจะคิดคับทรวงดวงสมร

เทิดความรักเหนือชีวามิอาวรณ์                       ไยจึงจรจากไปครรไลลา

คืนเงียบเหงาหนาวน้ำค้างอยู่ต่างถิ่น                ฝนตกรินกลิ่นไอไพรพฤกษา

มองฟ้าไกลไร้ดวงดาวพราวนภา                     หมู่เมฆารายล้อมห้อมบดบัง

ดึกสงบเงียบสงัดลมพัดฉ่ำ                              ทุกคืนค่ำรำลึกนึกความหลัง

จิตพะวงลงร่วงห้วงภวังค์                               ต้องมนต์ขลังพลังรักจักดำรง

โอ้ว่าอนิจจาหนอความรัก                               เริ่มประจักษ์ปักใจพาใหลหลง

รักแรกพบจบชีวันฉันมั่นคง                                                        ยังซื่อตรงดำรงจิตนิจนิรันดร์

 

                                                                        ฯลฯ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน แต่งกลอน คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s